ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

Permalink

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ แก้ไขปรับเพดานส่งเงินสมทบเข้ากองทุนจากร้อยละ 15 เป็นร้อยละ 30 พร้อมเปิดทางตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมหาผลประโยชน์ตอบแทนให้กับกองทุน

นายพรชัย หาญยืนยงสกุล รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ยกร่างแก้ไขหลายประเด็น คือ 1.การให้ผู้ที่เคยเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอื่น ๆ สามารถโอนเงินจากกองทุนดังกล่าวให้ กบข. บริหารต่อได้ 2.เปิดทางให้ กบข. สามารถจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจำกัดได้ 3.ปรับเพดานการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนจากร้อยละ 15 ของเงินเดือนเพิ่มเป็นร้อยละ 30 เพื่อให้สมาชิกสมทบเงินเอาไว้ใช้ในระยะยาวเพิ่มขึ้น 4.ให้ข้าราชการบางประเภทที่กฎหมายบัญญัติให้เกษียณอายุราชการ ภายหลังจากอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เช่น ข้าราชการตุลาการ หรือข้าราชการอัยการ เป็นเหตุให้ข้าราชการบางประเภทได้รับเงินจาก กบข. ล่าช้ากว่าหน่วยงานอื่น สามารถขอรับเงินสะสมและเงินสมทบพร้อมทั้งผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวได้

5. ให้สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพแล้ว แต่เลือกที่จะยังไม่ขอรับเงินสะสม เงินสมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ตอบแทนของเงินดังกล่าวคืน หรือเลือกทยอยรับเงินคืน โดยให้ กบข.บริหารเงินดังกล่าวต่อไปได้ สามารถปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนสำหรับเงินดังกล่าว และ 6. ปรับปรุงแก้ไขการบริหารเงินของ กบข. บางประเด็น คือ ขยายขอบเขตการนำเงินสำรองและเงินกองกลางของกองทุนฯ ไปลงทุนได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนสำหรับ เงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ตอบแทนของเงินดังกล่าว และกำหนดให้ในกรณีที่สมาชิกไม่ได้เลือกแผนการลงทุนใด ให้ถือว่าสมาชิกยินยอมให้กองทุนจัดแผนการลงทุนที่กำหนดให้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเหมาะสมกับช่วงอายุของสมาชิก ทั้งนี้ เพื่อต้องการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารงานของกองทุน กบข.

รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวต่อว่า การแก้ไขร่าง พ.ร.บ. กบข.ครั้งนี้ เพื่อต้องการเพิ่มสิทธิ์ให้สมาชิกมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเงินของตนเองที่อยู่ในความดูแลของ กบข.มากขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขอำนาจการบริหารของ กบข. ให้ทันสมัย มีความคล่องตัว เพิ่มโอกาสการลงทุนและสอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว.-สำนักข่าวไทย